COUNTDOWN

posted on 29 Dec 2009 17:35 by chalisping

     NEWYEAR

        NEW THINGS

             NEW LOVE :'))

                                                311209

ขอโทษให้สบายใจ !

posted on 29 Dec 2009 10:43 by chalisping

การกล่าวคำว่า"ขอโทษ" ... สำหรับทุกคนคงเคยกล่าวกันมาหมดแล้ว ไม่ว่าจะมาก หรือ น้อย ก็ตาม ..  ฉันเคยมีปัญหาอยู่ช่วงนึง เป็นช่วงชีวิตที่เรียกว่า"รอมันมาง้อ" หรือแปลอีกอย่างว่า เด๋วมันก็มาง้อ ! ....  ฉันมักเป็นคนที่ไม่ค่อยใส่ใจอะไร ชอบอยู่แบบสบาย  ๆ เงียบ ๆ ไม่แคร์ศักศรีดิ์ ถึงผิดก็พูดคำว่าขอโทษประจำ มันทำให้บางทีคนก็ดูถูกฉันว่าฉันเป็นคนที่ยอมคนง่ายเกินไป ไม่แคร์อะไรทั้งสิ้น ไม่มีศักศรีดิ์ .... เมื่อเป็นอย่างนั้น ฉันจึงพยายามทำตัวเปลี่ยนไป แล้วฉันก็ค้นพบว่า 'มันไม่ใช่ตัวฉัน' ฉันคนเดิมของเพื่อน ๆ ต้องเป็นคนที่ แคร์อีกฝ่ายนึง อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ เข้าใจความรู้สึกของคนอื่นเสมอ. ฉันเข้าใจว่าการกล่าวคำขอโทษก่อนเสมอ เป็นเรื่องที่ไม่ควร แต่ว่า..โรคนี้มันคงแก้ไม่ได้แล้วจริง ๆ ..ฉันยังรู้สึกเลย ว่าคำว่าขอโทษดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นทุกวัน ใช้คำนี้จนติดปาก 55555 อีกอย่าง มีคนคนนึงเคยบอกฉันว่า"อย่าไปใส่ใจ ทำอะไรแล้วสบายใจก็ทำ" มันทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นมาก ๆ เลย คุณรู้มั้ย? การที่คุณทำสิ่งที่คุณทำแล้วสบายใจ แล้วมีคนบอกว่าอย่างนั้นน่ะมันไม่ดี อย่างนั้นน่ะมันไม่ถูกต้อง  คุณก็ไม่ต้องไปฟังเขาทุกอย่าง ฟัง"ตัวเอง"บ้าง บางเรื่อง...คุณต้องหัดเป็นคนปล่อยวาง แล้วหันมาทำตามอย่างที่คุณสบายใจ ถ้าคุณคิดว่าอย่างนั้นมันดี แล้วสบายใจที่จะทำมัน ... ก็ทำมันไป เพียงแค่ขอให้สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่คุณคิดว่ามันโอเคจริง ๆ ถ้ามันทำให้คุณสบายใจ คุณก็ทำสิ่งนั้นต่อไปเรื่อย ๆ เถอะ และรู้มั้ย? บางทีคุณอาจจะเห็นผลดีของมัน ไม่ว่าจะช้า หรือ จะเร็วก็ตาม ......

                *อย่าไปใส่ใจ ทำอะไรแล้วสบายใจก็ทำ* 

                                                                PING { RAINNY CLOUD }

หนังสือกับชีวิต:-D

posted on 28 Dec 2009 21:29 by chalisping

คุณเคยคิดไหมว่า..  หนังสือมันคล้ายกับชีวิตของเรา ... คนเราต้องผจญภัย ต้องเรียนรู้อะไรมากมาย ต้องเข้าใจในเรื่องบางเรื่องที่ไม่อยาก  ต้องดำเนินชีวิต ต้องพบเจออะไรมากมายที่ไม่อยากเจอ และคุณรู้มั้ย? ว่าอะไรที่ทำให้หนังสือคล้ายกับชีวิตของเราอีก ถ้าคุณมองลึก ๆ ลงไป คุณจะเห็นว่า หนังสือได้กำหนดเรื่องราวเอาไว้แล้ว มันก็เหมือนกับชีวิตเราบางเรื่อง ที่เหมือนถูกกำหนดมาให้แล้ว บางทีฟ้าก็เล่นตลก ทำอย่างกับว่าทุกอย่างได้เตรียมพร้อมไว้สำหรับเราแล้ว อาจจะเป็นเหตุการณ์บังเอิญให้เราได้พบใครสักคน หรือ การตัดสินใจอยู่ร่วมกับคนคนนึง ... คุณว่าแปลกมั้ย? แต่อย่างเพิ่งเข้าใจร้อยเปอร์เซ็นว่ามันคล้ายกับชีวิตทุกอย่าง ถ้ามองกลับไป มันจะมีอีกหลายอย่างที่แตกต่างจากชีวิตคนเรา แต่ฉันขอยกแค่ประเด็นบางประเด็นมาพูดละกันนะ เชื่อว่าคนที่อ่านจะเอาไปใช้ในชีวิต และได้ข้อคิดแน่นอนค่ะ :')   หนังสือน่ะ มันมีคนคอยเล่าเรื่องให้ตลอดอยู่แล้ว คุณไม่สามารถไปเปลี่ยนเนื้อเรื่องมันได้หรอก... แต่สำหรับชีวิตของคุณ คุณเลือกได้น้ะ  เพราะคุณเป็นคนเล่ามันเอง คุณทำอะไร คุณตัดสินใจอะไร มันก็อยู่ในเรื่องของคุณ คุณสามารถเปลี่ยนแปลงเรื่องราวได้ตลอดเวลาตามที่คุณต้องการ อยู่แค่ว่า คุณปฏิบัติตัวเองยังไงก็เท่านั้นเอง  แล้วเนื้อเรื่องตอนจบ มันก็จะมาจากเรื่องที่คุณเล่ามาตลอดทั้งชีวิตของคุณ จะดีหรือจะร้าย จะมีความสุขหรือ อมทุกข์ คุณเป็นคนเลือกเองทั้งนั้น ! จำไว้ คุณ"เลือก"เอง :-)

                                      อ้อ !  แล้วรู้ไหมว่ามันคล้ายกับอะไรอีก

ความรักอ้ะ เรามองจากรูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้หรอกนะ
มันต้องเข้าไปค้น ... ความรักมันเหมือนหนังสือ ถ้าเราดูแต่หน้าปก แล้วไม่ลองหยิบอ่าน มันจะรู้รสชาติได้ยังไง .... การดูคนจากแค่ภายนอก มันก็เหมือนอ่านเรื่องย่อหลังหนังสือ รู้แค่สั้น ๆ ได้ใจความ ..... แต่ไม่มีความ'ชัดเจน' ถ้าอยากรู้ให้มันชัดเจน เราต้องเข้าไปอ่านมัน ถึงบางที หนังสือเล่มนั้นจะทำให้เราผิดหวัง หรือมีความสุข มันก็ยังสอนอะไรเราบ้างนั้น
แหล่ะ ........ แล้วอีกอย่างนึง
การดูคนจากแค่ภายนอก อาจจะทำให้เราสูญเสียโอกาสครั้งสำคัญไปก็ได้นะ
บางที หนังสือเล่มนั้น ..... มันอาจจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ในชีวิตเราก็ได้
หลาย ๆ คนพลาดโอกาสนั้นไปก็เพราะสิ่งนี้ เพราะฉะนั้น ต่อไปนี้.... ทุกคนต้องหยิบความรักขึ้นมาอ่านนะ และอ่านมันอย่างละเอียดอ่อนด้วยล้ะ ! :-)

 

    PING {RAINNY CLOUD}

* หนังสือกับชีวิต มันมีอะไรที่คล้ายกัน ลองคิดดูดี ๆ อีกครั้งนะ *